surachate 的个人资料.::ความจริงเลี้ยงชีวิต ค...照片日志列表更多 ![]() | 帮助 |
|
.::ความจริงเลี้ยงชีวิต ความฝันเลี้ยงจิตวิญญาณ::.สิ่งดีๆ ที่เรียกว่า "เธอ" 8月29日 Little Big Film Project X: Oh, What A Love!
5月12日 พจนานุกลม ฉบับเหลี่ยม
คิดอยู่หลายอย่าง เริ่มตั้งแต่เดินสายต่างจังหวัดสาธิตนโยบาย “จะใช้เงิน 73, 000 ล้านบาทให้หมดเกลี้ยงอย่างไรภายใน 7 วัน” แต่เนื่องจากไม่มีโทรทัศน์ช่องไหนมาถ่ายทอดสดให้เป็น “เรียลลิตี้โชว์” ตี๋ตัวจริงหรือ “เรียลลิตี๋” อย่างผมจึงเกิดอาการจ๋อยไปแบบไม่ประสงค์จะออกเงิน (จ่ายภาษี แหม พูดแล้วเขินครับ) แต่อยากออกนามและอยากได้หน้า กิ๊กกะโปรเจคท์ถัดมาคือ เขียนบทความขนาดยืดและยาวและย้วยผสมยื้อเรื่อง “119 หนังที่แนะนำให้นายกรัฐมนตรีดู” แต่อ่านข่าวหนังสือพิมพ์พบว่า หมู่นี้ท่านไม่ค่อยว่าง ต้องเดินทางไปต่างจังหวัดในจังหวัดต่าง ๆ เกรงว่าเขียนไปแล้ว ท่านไม่มีเวลาดู ก็จะเสียเที่ยว เข้าข่าย “ตำแม่น้ำละลายน้ำพริก” ไปเสียเปล่า ๆ คิดไปคิดมา กระทั่งขี้นกตกหล่นใส่หัว ผมก็เกิดอาการโป๊ะเชะ มีแรงจูงใจที่จะจูงมือตัวเองเขียน “พจนานุกลมฉบับเหลี่ยม” ขึ้นมาอ่านเล่น ๆ ประมาณว่าดีกว่าอยู่เปล่า ๆ สมดังภาษิตจีน “เจียะป้าบ่อสื่อ” (แปลว่า “กินอิ่มแล้วไม่มีอะไรทำ”) ถ้อยคำทั้งหมดและความหมายที่ให้ไว้ ไม่มีนัยยะแอบแฝง ไม่เกี่ยวกับการเมือง ไม่ได้เจาะจงจะระบุพาดพิงถึงใครคนหนึ่งคนใดทั้งสิ้น ผมมั่วผมถั่วผมแถไถลไปเรื่อยเปื่อย ไม่ได้เรียงลำดับตามตัวอักษร รวมทั้งยังปราศจากหลักเกณฑ์ทางด้านไวยากรณ์ แกรมม่า และแกรมมี่มารองรับ เรื่องทั้งหมดก็เป็นหยั่งงี้แหละครับท่านสารวัตร พจนานุกลมฉบับเหลี่ยม กุ๊ย – พวกที่ชอบมาบอกให้เราไม่สบายใจ รำคาญใจว่า “กิ๊ว ๆ หน้าไม่อาย” ลูกโอ๊ค – เกิดจากต้นโอ๊ค เป็นที่มาของสำนวน “ลูกโอ๊คหล่นไม่ไกลต้น” จิ๊บจ๊อย – จำนวนค่าปรับอันน้อยนิด ถ้าท่านเป็น “ลูกโอ๊คหล่นไม่ไกลต้น” ยุบสภา – คำแปลภาษาไทยของชื่อเพลง I Started a Joke (ร้องโดยวงบีจีส์) บริติช เวอร์จิ้น – เกาะที่ร่ำลือกันว่าเป็นแหล่งฟอกเงิน การเลือกตั้ง – กระบวนการที่ร่ำลือกันว่าเป็นวิธีฟอกตัว (ไม่เกี่ยวกับการเมืองนะครับ เป็นเรื่องของสุขอนามัยล้วน ๆ เลย) ถอยสองก้าว – ความเคลื่อนไหวก่อนเตะลูกจุดโทษ ซึ่งฝ่ายตรงข้ามเสียเปรียบทุกวิถีทาง มิหนำซ้ำลูกจุดโทษที่ได้ กรรมการยังเป่าเข้าข้างจนน่าเกลียด ระบบผูกขาดอำนาจ – กับดักที่คนวางกลายเป็นฝ่ายติดกับเสียเอง เด็กนาย – ผู้ใหญ่ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ไม่เป็นตัวของตัวเอง ต้องอิงแอบพึ่งพาผู้อุปถัมภ์ค้ำจุน จึงต้องมีคำว่า “เด็ก” นำหน้า “นาย” อีกที สามารถใช้ได้กับบุคคลทั้ง 2 เพศ Get Out ! – คำที่คนชอบพูดไทยปนอังกฤษบางคนฟังแล้วไม่ get ขาประจำ – ขาข้างที่อาภัพ มักจะโชคร้ายดวงซวยเหยียบขี้หมาอยู่เป็นประจำ ทำเนียบรัฐบาล – สถานที่ต้องห้ามสำหรับคนใจไม่ถึง 19 ล้านเสียง – จำนวนตัวเลขที่ในทางคณิตศาสตร์ สามารถคำนวณไปคำนวณมาแล้วได้ผลลัพธ์เท่ากับ “หนึ่งเสียงที่ก้าวร้าว” ไอทีวี (ITV) – โทรทัศน์ที่ป่วยเป็นหวัด มีอาการไอและเจ็บคอเรื้อรัง จนกระทั่งพูดความจริงได้ไม่ค่อยเต็มปากเต็มคำ เฮียเครียด – เดิมทีเป็นฉายาของโชเซ่ มูริญโญ่ ผู้จัดการทีมฟุตบอลเชลซี บุคลิกก้าวร้าว ปากร้าย ยโสโอหัง ไม่ค่อยมีน้ำใจนักกีฬา ถนัดในการพูดจาทิ่มแทงสร้างศัตรูไปทั่วทุกสารทิศ ปัจจุบันเป็นฉายาของเฮียเครียดอีกคน (ซึ่งเป็น “คนที่คุณก็รู้ว่าใคร”) คนที่คุณก็รู้ว่าใคร – ฉายาของตัวละครในนิยายเรื่อง Harry Potter (ซึ่ง “ใครก็รู้ว่าคุณ” เป็นคนเขียนคำนิยม) เป็นจอมมารชั่วร้าย น่าสะพรึงกลัว น่ารังเกียจ ส่วนในชีวิตจริงจะหมายถึงใครนั้น กรุณาเดากันเอาเอง ทรท. – แปลว่า “เท่งรักเท่ง” (หรือ “ทื่อรักทื่อ” ก็ได้) นะครับ อันนี้เป็นชื่อไทยที่ผมคิดเล่น ๆ ให้กับหนังเรื่อง Brokeback Mountain ไม่เกี่ยวกับการเมืองเลยจริง ๆ ลาออก – ลาเป็นสัตว์สี่เท้าชนิดหนึ่ง รูปร่างคล้ายม้าแต่ตัวเล็กกว่า ในนิทานอีสป มันซื่อบื้อถึงขนาดกินแต่น้ำค้าง จนอดตาย เพราะอยากมีเสียงไพเราะเหมือนจิ้งหรีด ส่วนในนิทานอีแสบ (ผมยืมชื่อนี้มาใช้จากคุณวินทร์ เลียววารินทร์ โดยไม่ได้รับอนุญาตและละเมิดลิขสิทธิ์เต็ม ๆ เลย) หมายถึงคนฉลาดที่ไม่กินน้ำค้าง แต่กินทุกอย่างที่ขวางหน้าแบบมูมมาม โดยผ่านวิธีการยอกย้อนซับซ้อนมาก จนท้ายที่สุดก็ดูไม่ค่อยฉลาด ส่งผลให้โหงวเฮ้งของ “ลา” ค่อย ๆ ปรากฏ “ออก” สู่สายตาประชาชน ต่อมาความหมายเพี้ยนเป็น “ลายออก” หรือ “ออกลาย” เรียกแบบลูกทุ่ง ๆ เป็นไทย ๆ ได้อีกอย่างว่า “ควายเข้าฉาก” ปากพล่อย – อาการ ”หลุด” หรือ “ลาออก” หรือ “ออกลาย” ทางวาจา หลุดทีไรเสียฟอร์มและเสียสุนัขทุกที ชาติหน้าตอนสาย ๆ – ศัพท์ใหม่ในวงการธรรมะ และวงการไอที แปลว่า “เวรกรรมตามทันแบบออนไลน์ไฮสปีด” ง่าว – แปลแบบเอาสีข้างเข้าถูคือ กุ๊ยที่ไม่ยอมปฏิบัติตนเป็นกองเชียร์ แต่แปลแบบจริง ๆ หมายถึง คนที่ยิ่งกว่าโง่ และมีคุณสมบัติเหมาะจะเป็นพระเอกมิวสิควิดีโอเพลง “ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย” เวอร์ชั่นใหม่ได้อย่างสบาย ๆ เสียสละ – แปลตรงตัวตามถ้อยคำทุกประการ ไม่มีอะไรซับซ้อน แต่คนบางคน (โปรดดูคำแปลความหมายที่ 2 ของคำว่า “ง่าว”) ดันไม่ค่อยเข้าใจ และคิดไปว่าเป็นคำย่อของใจความเต็ม ๆ ที่ว่า “ต้องเสียต้องจ่ายเท่าไหร่ล่ะ ถึงจะได้อยู่ในตำแหน่งต่อไปนาน ๆ” สภาโจ๊ก – 1. ชื่ออย่างเป็นทางการของวงการตลก 2. ศูนย์อาหารที่ขายเฉพาะโจ๊ก 3. เละตุ้มเป๊ะ ภาษีเงินได้ – สิ่งของที่ไม่เสีย ไม่ต้องระบุวันหมดอายุ และไม่ต้องจ่ายถ้าซื้อขายกันในตลาด (อะไรผมเองก็ไม่ทราบ) แต่ที่น่าแปลกคือ ถ้าซื้อขายกันในตลาดสด กลับกลายเป็นว่า “เสีย” แฮะ กลต. – คำย่อของเนื้อเพลงฮิตในอดีตท่อนหนึ่งที่ว่า “เก้าล้านความระกำ ช้ำชอกใจที่เธอทำไว้นั่น ฉันเค้นมันกลั่นออกเป็นน้ำตา” ยึดทรัพย์ – ผลข้างเคียงของการ “ยัด” แบบไม่บันยะบันยัง ซึ่งภาษาวัยรุ่นเรียกว่า “ซึบ” (เพี้ยนเสียงมาจากคำว่า “ซุก” อีกที เพื่อให้สามารถผวนได้) อัครดีล – แปลว่า “อัคร-ยำ” และมีนัยยะพาดพิงไปถึง “ไอ้คนระยำ” แต่เนื่องจากเป็นภาษาที่ไม่ค่อยสุภาพ จึงนิยมใช้ “อัคร-ยำ” มากกว่า ผลประโยชน์ทับซ้อน -“ทับ” นี่น่าจะหมายถึงกด “ซ้อน” นี่เดาว่าน่าจะกดหลายที (หรืออาจจะกดโดยหลายคนเป็นหมู่คณะ) จึงสันนิษฐานว่าอาจเป็นที่มาของคำว่า “กฎหมู่” ส่วนผลประโยชน์นี่น่าจะหมายถึง สิ่งที่ทำแล้วมีความสุข รวม ๆ กันแล้ว เอ๊ะ นี่มันแปลว่า “ข่มขืน” นี่หว่า กฎหมู่ – ดูคำว่า “ผลประโยชน์ทับซ้อน” กติกา – แปลว่า กติกู กติกู – กฎ กติกา มารยาทที่พวกกุ๊ย “กะติกู” ตั้งแง่หาเรื่องจับผิดไปหมด คนเราจะไม่มีอะไรดีบ้างเลยหรือไง หือ? เนวิน – นามสกุลของกัปตันทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งแฟน ๆ ลิเวอร์พูลในเมืองไทยเรียกว่า “ยี้ห้อย” บ้าง “ลูกกะเป๋ง” บ้าง โอ๊ะ ขอโทษอีกทีครับ คำสะกดที่ถูกต้องควรจะเป็น “เนวิลล์” แต่ไหน ๆ ก็ผิดไปแล้ว เลยตามเลยก็แล้วกัน ส่วนชื่อหน้าของเขาคือ แกรี (ซึ่งแฟนหงส์นินทาว่า มาจาก “scary” ที่แปลว่า “น่าเกลียด น่ากลัว”) ได้ชื่อว่าเป็นนักฟุตบอลที่ขี้เหร่ที่สุดในอังกฤษและที่บุรีแรม (อันนี้อยู่ตรงไหนผมก็ไม่รู้เหมือนกัน) กุนซือ – เดิมทีแปลว่า “ที่ปรึกษา” ล่าสุดมี 2 ความหมายเพิ่มเติมคือ “ตุ๊กตาเสียกะบาล” และ “ผีหัวขาด” จริยธรรม – คำที่กุ๊ยถามถึง แต่คนง่าว (ในความหมายที่ 2) ดันไม่รู้จัก และไม่เคยมีอยู่ในตัว กร่อย – รสชาติของโจ๊กสำเร็จรูปยี่ห้อใหม่ ซึ่งจะวางจำหน่ายทั่วประเทศในวันที่ 2 เมษายน ปากกล้า ขาสั่น – อาการปกติของคนที่กินแบบไม่สำรวม (คือ กินไป กระดิกเท้าเขย่าขาไปเรื่อย) บันได – สิ่งที่คนง่าว (ในความหมายที่ 2) ใช้ไม่เป็น ม็อบ – ถ้าเชียร์เราเรียกว่าผู้สนับสนุน ถ้าไล่เราเรียกว่าผู้ก่อความวุ่นวาย ประชานิยม – ของแท้ได้แก่ละครเกาหลีเรื่อง “แดจังกึม” ส่วนของปลอมนั้นหาดูได้ทั่วราชอาณาจักร เว้นวรรค – การเว้นที่ว่างหรือช่องไฟระหว่างประโยคเวลาเขียนหนังสือ แต่สำหรับบางคนอาจมีค่าเท่ากับเครื่องหมายในภาษาอังกฤษที่เรียกว่า จุดฟุลสต๊อป เหลี่ยมจัด – รูปทรงเรขาคณิตแบบหนึ่ง ที่ได้รับการออกแบบมาเป็นอย่างดี ใครที่คาดเดาเข้าใจว่าจะหมายถึง เทคนิคในการซื้อขายหุ้นให้ได้กำไร ไม่ต้องจ่ายภาษี หรือทำนายว่าจะพาดพิงถึงรูปลักษณ์หน้าตาของคนโน้นคนนี้ เสียใจด้วยครับ เดาผิดทั้งเพ การให้ความหมายไม่อยู่กับร่องกับรอยเช่นนี้ วงการฟุตบอลเรียกว่า “สับขาหลอก” ซึ่งแปลว่า “เหลี่ยมจัด” ได้อีกเหมือนกัน นายหญิง – หลังบ้าน หลังบ้าน – นายหญิง นายหญิง – บ๊ะ! ก็แปลไปแล้ว ยังสงสัยกันอยู่ได้ รู้ ๆ กันอยู่คนเราก็ต้องกลัวเมียกันบ้าง ใครจะไปกล้าแปล ปัดธ่อ! ซุกหุ้น – กิจกรรมที่ทำแล้วเกิดผลปนเป “ทั้งซุกทั้งถุก” ว้า!!! เขียนผิด “ทั้งทุกข์ทั้งสุข” วงการมะพร้าว วงการมวย วงการหมวย วงการตี๋ วงการเข้าคิวซื้อโรตีบอย และวงการพระเครื่องให้นิยามไว้ว่า “กรรมอันเป็นบ่อเกิดแห่งทุกขลาภ” ท้ากกกกก…ษิณ – คำยอดฮิตมาแรงทั้งแซงทั้งซิ่งวิ่งฉิวไปทั่วทุกหัวระแหง แปลง่าย ๆ ว่า “ออก…ไป” ท้ากกกกก…ษิณ – คำที่วงการนักเลงโวแข็บ (vocab) ทั่วโลก คาดว่าจะได้รับความนิยมตามคอนเสิร์ตแทนคำว่า “Encore” นั่นคือ ลึก ๆ แล้วมันกระตุ้นเร้าให้ผู้ได้ยินนึกโดยพร้อมเพรียงว่า “เอาอีก” ว่าแล้วก็ “ท้ากกก…ษิณ….ออก…ไป” ท้ากกกกก…ษิณ – สภาวะซ้ำ ๆ ที่เกิดขึ้นได้ไม่รู้จบ เช่น “ท้ากกกก…ษิณ…ออก…ไป…ท้าก…ษิณ…ออก…ไป…ท้าก…ษิณ…ออก…ไป” ฯลฯ
คัดลอกมาจาก www.onopen.com (ก่อนดูหนัง) ไขกุญแจปริศนา Le Code Da Vinciไขกุญแจปริศนา Le Code Da Vinci จาก www.onopen.com
- ปาลีรัฐ ศรีวรรณพฤกษ์ - ที่ระดับความสูงหลายหมื่นไมล์ ผมนั่งพิจารณาถึงภารกิจที่ได้รับมอบหมาย อาจจะถือว่าเป็นรางวัลชิ้นโตสำหรับข้าราชการระดับห้า กระทรวงตรวจสอบความลับแห่งชาติก็ได้ ในการที่เจ้านายของผมเรียกไปพบในบ่ายแก่ๆ ของหนึ่งในห้าวันของสัปดาห์นี้ เพื่อที่จะบอกว่า ผมได้รับภารกิจพิเศษในการเดินทางไปประเทศฝรั่งเศส เพื่อตามรอยฆาตกรรมต่อเนื่องห้ารายที่ปารีส ผมคิดว่าพวกคุณคงจะจำคดีฆาตกรรมต่อเนื่องทีปารีสคดีนั้นได้ คดีที่เกี่ยวข้องกับสมาคมลับ เส้นกุหลาบ ปิรามิดหัวกลับ โรเบิร์ต แลงดอน โซฟี เนเวอร์ ดาวินชี่ มาดอนน่า ออฟ เดอะ ร็อค โมนาลิซ่า ฯลฯ ใช่ครับ.. ผมกำลังพูดถึงคดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่เกิดขึ้นที่พิพิธภัณฑ์ลูฟ ที่เกี่ยวข้องกับรหัสลับดาวินชี่อันลือชื่อ เจ้านายของผมท่านได้รับคำสั่งมาจากหน่วยเหนือว่า ถึงเวลาแล้วที่กระทรวงตรวจสอบความลับแห่งชาติจะต้องไขความลับในเรื่องนี้เสียที ภายหลังจากที่กระทรวงความเชื่อและความหลงใหลแห่งชาติรายงานตัวเลขของประชาชนผู้หลงใหลในเรื่องรหัสดาวินชี่มีจำนวนมากขึ้นทุกวัน อย่างที่กล่าวไปแล้วข้างต้นว่าผมทำงานในกระทรวงตรวจสอบความลับแห่งชาติ นโยบายของกระทรวงของผมก็คือการไขความลับและปริศนาทุกชนิด การตามล่าหาความจริงคือหัวใจของการทำงานของผม ผมมานั่งทบทวนถึงเหตุผลที่ผมถูกเลือกให้รับภารกิจนี้ จิตใจที่ฟุ้งซ่านล่องลอย และการคำนึงถึงปริศนาที่แก้ไม่ตกในบางข้ออาจจะเหมาะสมกับเวลาสิบสี่ชั่วโมงในการเดินทางไปถึงที่หมายโดยวิศวกรรมอากาศยานที่พัฒนามาจากความอยากบินของสองพี่น้องตระกูลไรท์ ..ความอยากบินของสองพี่น้องตระกูลไรท์.. บางทีสองพี่น้องตระกูลไรท์คงไม่รู้หรอกว่า ความรู้สึกอยากบินเพียงชั่วพริบตาเดียวของเขาขับเคลื่อนโลกได้มากมาย ผมจะปลอบประโลมเพื่อนผู้ท้อแท้ในการศึกษาต่อในต่างประเทศเสมอว่า ในยุคสมัยของเราๆ อะไรๆก็ช่างแสนจะสะดวกสบาย เดินทางเพียงสิบสี่ชั่วโมงก็ถึงทวีปยุโรป หรือจะมีตัวเลขที่มากขึ้นก็เพียงเท่าตัวสำหรับการเดินทางไปศึกษาต่อในทวีปอเมริกาเนื่องจากอาจจะต้องมีการต่อเครื่องบินเล็กไปในบางรัฐ ต่างจากสมัยคุณพ่อคุณปู่ หรือสมัยนักเรียนไทยที่ไปเรียนยุโรปอเมริการุ่นแรกๆ แถมจะว่าไปการติดต่อสื่อสารในสมัยนั้นก็ลำบากไม่ได้ต่างกัน ต่างจากการพูดคุยผ่านปลายนิ้วตามโปรแกรมมหัศจรรย์ต่างๆ ซึ่งพัฒนาต่อไปเรื่อยๆจนเป็นการคุยกันแบบโทรศัพท์ ความอยากบินของสองพี่น้องตระกูลไรท์ในตอนนั้น ก็คงไม่ได้ต่างกับความอยากรู้ความจริงของผมในตอนนี้ สองพี่น้องตระกูลไรท์เสาะหาหนทางและความจริงในการคิดค้นและพัฒนาวิศวกรรมอากาศยาน ผมซึ่งคงยิ่งใหญ่ไม่เท่าทั้งสองคนก็เพียงอยากรู้ความจริงในเรื่องความลับของการฆาตกรรมต่อเนื่องห้ารายที่ปารีสเหมือนกัน ผมอยากรู้ว่าพวกเขาโดนฆ่ากันเพราะอะไรกันแน่ แรงจูงใจคืออะไร สิ่งที่พวกเขาตามหามีจริงหรือไม่ ถนนหนทางที่บรรยายไว้มีตัวตนจริงหรือเปล่า หรือผมเองจะพบเบาะแสอื่นของฆาตกรรมดังกล่าวจากการเดินทางตามที่ได้รับมอบหมายของผม บางทีคนเราก็ขับเคลื่อนได้ง่ายๆ เพียงอาศัยความอยาก ผมเองก็อยู่ในข่ายนั้น ผมอยากรู้ความจริงจากความลับที่ซ่อนอยู่ สิ่งนี้เองที่ทำให้ผมทำงานกับกระทรวงตรวจสอบความลับแห่งชาติได้เป็นเวลานานจนเกือบจะเป็นเลขสิบหลัก ในครั้งนี้ก็่เช่นกัน ผมอดยอมรับกับตัวเองไม่ได้ว่า นอกเหนือไปจากการอยากปฏิบัติตามภารกิจนี้ให้ลุล่วงไปเพราะเป็นงานที่ได้รับมอบหมายแล้ว ผมปฏิเสธตัวเองไม่ได้ว่ามันมีความอยากรู้โดยส่วนตัวของผมปะปนอยู่ด้วย บางทีการทำงานชิ้นนี้อาจจะมีข้อดีกว่างานชิ้นอื่นๆที่ผมเคยผ่านมาอยู่นิดหน่อย ตรงที่ผมเองก็อยากรู้ความลับในเรื่องดังกล่าวเฉกเดียวกัน แม้ว่าในบางครั้งผมจะเคยสงสัยว่า ความจริงกับความลับ คือคำตอบของกันและกันแน่หรือ? .... งานประดิษฐ์อันพัฒนามาจากความอยากท่องไปบนฟ้าของสองพี่น้องตระกูลไรท์พาผมลงสู่ท่าอากาศยานระดับชาติ ชาล์ล เดอ โกล ท่าอากาศยานที่ตั้งชื่อตามผู้นำประเทศฝรั่งเศสสมัยสาธารณรัฐ ผมไม่รอช้ารีบเรียกรถรับจ้างไปยังสถานที่พัก ผมเลือกที่พักที่เดียวกับ โรเบิร์ต แลงดอน ภายหลังได้รับการอนุมัติงบในการแกะรอยครั้งนี้เป็นตัวเลขที่สูงเอาการอยู่ สิ่งหนึ่งที่เจ้าหน้าที่ใหม่ของกระทรวงนี้ต้องท่องจำให้ขึ้นใจ ก็คือ การทับรอยเป็นเทคนิคการค้นหาความลับที่ดีที่สุด การแกะรอยในครั้งนี้ก็เช่นกัน ผมยินดีที่จะได้ทับรอยแรกจากการเข้าพักในโรงแรมเดียวกับ โรเบิร์ต แลงดอน โดยการชำระเงินค่าห้องพักที่ราคาถูกที่สุดของโรงแรมในราคาคืนละหกร้อยแปดสิบยูโร โรงแรม Ritz ตั้งอยู่ที่เลขที่ 15 Place de Vendôme อยู่เลยถนนริโวลี่ อันเป็นถนนเส้นเดียวกับที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ลูฟมาสองช่วงตึก ผมแหงนหน้ามองดูสถาปัตยกรรมหินที่สร้างไว้เป็นทางเข้า มันเป็นประตูหินโค้ง สร้างขึ้นในศตวรรษที่สิบเจ็ดเพื่อให้ดูกลมกลืนกับความหรูหราของจัตุรัสแห่งนี้ ไม่น่าแปลกใจเลยว่าเหตุใดความหรูหราของสภาพแวดล้อมแถวนี้จะทำให้เกิดเป็นศัพท์ว่า ritzy ซึ่งเป็นคำคุณศัพท์ที่ใช้ในหมู่ชาวปารีสทั่วไปในการบ่งบอกถึงความหรูหรา โรงแรมดังกล่าวเป็นที่พำนักของนักเขียนชื่อดังมาหลายชั่วคน รวมทั้งนักเขียนคนโปรดชาวอเมริกันของผม – แฮมมิงเวย์ ความหรูหราของโรงแรมทำให้ผมรู้สึกเหมือนตัวเล็กนิดเดียว .... ยวดยานในท้องถนนปารีสช่างมากมาย ผู้คนเดินกันขวักไขว่ ผมมองเห็นความหลายหลายทางสัญชาติและวัฒนธรรมในอยู่ในห้วงสายตา บางคนบอกว่าความแตกต่างทางวัฒนธรรมคือเสน่ห์ของปารีส แต่บางคนก็บอกว่าความแตกต่างหากหลายทางวัฒนธรรมนี่แหละที่ทำให้เสน่ห์ที่แท้จริงของปารีสขาดหายไป
อย่างไม่มีเวลาพินิจพิจารณาวิวทิวทัศน์มากนัก ผมตัดสินใจเริ่มการแกะรอยของผมในที่เกิดเหตุที่แรกในคืนแห่งการฆาตกรรมต่อเนื่องนั้น พระราชวังเก่าแก่แห่งนั้น—พิพิธภัณฑ์ลูฟ ... จากการเดินสองช่วงตึกจากโรงแรมและการรู้จักเมืองหลวงที่โรแมนติกที่สุดในโลกแห่งนี้ผ่านแผนที่เมโทรสายหมายเลขหนึ่ง ผมพบเป้าหมายแรกในการแกะรอยตั้งอยู่ไม่ไกล ระบบการขนส่งของปารีสช่างสะดวกสบาย การวางระบบเมโทรทางเข้าทางเดียว แต่ไปแยกรถไฟที่จะไปปลายทางและต้นทางเอาไว้ภายในสถานีจะไม่ก่อให้เกิดปัญหาในการเดินขึ้นลงเพราะผิดสาย
พิพิธภัณฑ์ลูฟตั้งอยู่ที่ถนนริโวลี่ (rivoli) ย่านการค้าที่มีผู้คนคร่ำคร่า ด้านตรงข้ามถนนเป็นสวนตุยเลอรี (Jardin des Tuileries) ที่ยาวเหยียดไปถึงพิพิธภัณฑ์ ในด้านซ้ายของสวนตุยเลอรี่ ติดกับจัตุรัสลากงกอร์ด ( Place de la Concorde) โดยมีเสาโอบิลิกซ์ที่ ตั้งอยู่ตรงกึ่งกลางจัตุรัสซึ่งถูกนำมาจากสุสานของฟาโรห์รามเซสที่สอง ในเมืองลักซอร์ เสาดังกล่าวสร้างขึ้นเมื่อสามพันปีก่อน และถูกนำมาไว้ ณ ที่จัตุรัสนี้ในปี 1836 จัตุรัสลากงกอร์ดมีความสำคัญและเป็นพยานรู้เห็นเหตุการณ์บ้านเมืองในปารีสหลายประการ รวมทั้งถึงเหตุการณ์ในวันที่ 17 มกราคม 1793 ซึ่งก็คือการประหารชีวิตพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ด้วยเครื่องกิโยติน ภายหลังการประหารชีวิต พระเศียรของพระองค์ก็ถูกชูให้ประชาชนเห็นโดยทั่วกัน อากาศในตอนต้นฤดูใบไม้ผลิทำให้สวนนี้สวยงามมีเสน่ห์ไปในแบบของตนเอง ผมทอดสายตาดูตุ่มตาของยอดไม้ที่กำลังจะผลิดอกออกใบแล้วก็ได้คำตอบว่า เหตุใดกษัตริย์ของยุโรปเกือบทุกพระองค์จึงโปรดปรานการเฝ้ามองดูทิวทัศน์ผ่านทางสวนในยามที่จิบน้ำชายามบ่าย สวนตุยเลอรีถูกออกแบบโดยนักภูมิสถาปัตย์ชื่อ เลอโนตร์ (Le Nôtre) ผู้ออกแบบสวนในพระราชวังแวร์ซายส์และพระราชวังอื่นๆอีกหลายแห่ง ภายในสวนเป็นทางเดินกว้างกับสนามหญ้าเล็กๆ มีหมู่รูปปั้นตั้งอยู่ท่ามกลางทิวไม้ ผมชำระเงินเข้าชมพิพิธภัณฑ์ที่ดีที่สุดในโลกแห่งนี้เป็นจำนวน 7.50 € แอบตำหนิตัวเองไม่ได้ที่ไม่ตรวจสอบข้อมูลให้ดีว่าพิพิธภัณฑ์ดังกล่าวจะเก็บค่าเข้าชมเพียงค่อนเดียว หรือ 4€ ภายหลังเวลาสิบห้านาฬิกาของทุกวัน ตามประวัติพิพิธภัณฑ์ลูฟเป็นพระราชวังกษัตริย์ในยุคศตวรรษที่สิบสามและเป็นที่ประทับของกษัตริย์เรื่อยมาจนถึงปี 1793 ก่อนที่จะเปลี่ยนให้เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก จัดแสดงศิลปะวัตถุตั้งแต่สมัยโรมัน กรีก อิยิปต์ ไล่มาจนถึงภาพเขียนยุคเรเนสซองส์
บางทีชาวฝรั่งเศสอาจจะมีความสามารถพิเศษในการเก็บของดีของคนอื่นมาไว้กับตัวเองมากกว่าที่คิด แต่จะถึงอย่างไร มันก็มีประโยชน์มากสำหรับนักท่องเที่ยวแบบ “วันสต๊อป” ที่ไม่ได้มีโอกาสได้ไปตามรอยประวัติศาสตร์โลกได้ในทุกทวีป การชำระเงินค่าเข้าชมเพียงเจ็ดยูโรห้าสิบซองตีมจึงอาจจะเป็นวิธีการดีในการเดินทางล่องไปในโลกประวัติศาสตร์ที่ราคาถูกที่สุดก็เป็นได้ มีคนกล่าวว่าการเดินทางชมศิลปะวัตถุตลอดจนภาพเขียนในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ต้องใช้เวลาเป็นอาทิตย์ เพื่อที่จะมองดูและชื่นชมกับการจัดแสดงศิลปะวัตถุในลูฟซึ่งแบ่งออกได้เป็นสิบประเภท กล่าวคือ ศิลปะวัตถุของตะวันออกกลาง ศิลปะวัตถุอิยิปต์ ศิลปะวัตถุกรีกและโรมัน รูปปูนปั้น วัตถุทั่วไป (อาทิ มงกุฎ หรือเครื่องใช้ส่วนพระองค์ของพระนาง มารี อังตัวแนตต์) ภาพวาดมีชื่อเสียง ศิลปะกราฟฟิค ศิลปะวัตถุในสมัยกลาง และส่วนที่เรียกว่าสถาปัตยกรรมของลูฟ ผมมุ่งหน้าไปยังส่วนที่จัดแสดงภาพวาดอย่างไม่รอช้า ห้องจัดแสดงภาพวาดถูกแบ่งเป็นสองชั้น แต่มีทั้งหมดสามทางเดิน ทางเดินที่หนึ่งคือทางเดินในชั้นสอง ปีก Sully เป็นห้องภาพเขียนฝรั่งเศสเสียเจ็ดห้อง ห้องที่แปดคือห้องเก็บภาพเขียนของ Carlos Besteigui เป็นห้องที่รวบรวมผลงานของศิลปินต่างๆไว้ด้วยกัน ตามการบริจาคภาพวาดของเจ้าของห้อง ทางเดินที่สองในสามของปีกทั้งหมดคือทางเดินในชั้นสองของปีก Richelieu เป็นห้องแสดงภาพเขียนฝรั่งเศสและภาพเขียนฮอลแลนด์ และสำหรับทางเดินสุดท้ายคือทางเดินในชั้นหนึ่ง ปีก Denon ประกอบด้วยห้องแสดงภาพเขียนจำนวนหกห้อง เป็นห้องภาพเขียนฝรั่งเศสยุคนีโอคลาสสิคและยุคโรแมนติกเสียสองห้อง นอกนั้นเป็นภาพเขียนอิตาเลียน อันประกอบไปด้วยแกรนด์ แกลอรี่สองห้อง ห้องจัตุรัส และห้องที่เกิดเรื่องราว – ห้องเลอ จากง อันเป็นที่อยู่ของเธอ –โมนาลิซ่า โรเบิร์ต แลงดอนเรียกห้องดังกล่าวว่า salle d’Etat ซึ่งเป็นการเรียกชื่อตามประวัติของห้องนี้ที่มีการประชุมนิติบัญญัติในสมัยพระเจ้านโปเลียนที่สาม ตั้งแต่ปี 1859 ก่อนที่จะถูกปรับปรุงเป็นห้องจัดแสดงภาพเขียนในปี 1878 โดยห้องดังกล่าวถูกเรียกชื่อตามภาพเขียน – La jaconde อันเป็นชื่อที่เธอถูกเรียกขานในภาษาฝรั่งเศส ซึ่งมีความหมายว่า หญิงอันเป็นที่รัก น่าแปลกใจที่ประเทศฝรั่งเศสโด่งดังมีชื่อเสียงจากภาพเขียนของประเทศอิตาลี
ผมฝ่าฝูงชนมากมายไปมองดูเธอ—Mona Lisa เธอมีขนาดเพียง 31×21 นิ้ว ขนาดเล็กกว่าที่ผมเห็นมากมายนัก รอยยิ้มของเธอลึกลับ เธอทำท่าเหมือนรู้ความลับอะไรบางอย่าง ผมยืนมองดูเธอจากทางซ้าย ผมมองดูเธอจากทางขวา ผมพบว่าเธอตัวใหญ่กว่าเดิมเมื่อมองดูจากทางซ้าย ผมพบว่าเส้นขอบฟ้าที่ดาวินชี่วาดไว้ในทางซ้ายและทางขวาของรูปมีขนาดไม่เท่ากัน
น่าแปลกใจ ผมกลับไม่รู้สึกว่าเธอยิ่งใหญ่ บางทีเธออาจจะยิ่งใหญ่เพราะดาวินชี่บอกว่าเธอเป็นผลงานที่ดีที่สุดของเขาก็เป็นได้ แต่เธอมิได้ยิ่งใหญ่โดยการใช้เทคนิคการวาดรูปของดาวินชี่ที่เรียกว่า สฟูมาโต อันเป็นเทคนิคการวาดภาพแบบมัวๆ ที่ดาวินชี่ถนัดนัก ผมพบเทคนิคดังกล่าวอีกหนเมื่อเดินห่างจาก “คนดัง” ของลูฟออกมาที่ทางเดินข้างห้อง ในวันที่เกิดเหตุฆาตกรรมวันนั้น โซฟี เนเวอร์ คงจะเดินไม่ทันหัวใจที่รุ่มร้อนไปยังภาพมาดอนน่า ออฟ เดอะ ร็อค ที่ที่คุณตาของเธอซ่อนปริศนาไว้อีกข้อ แต่อย่างน้อยโซฟี เนเวอร์ก็คงจะเดินได้สะดวกสบาย ต่างกับผมในตอนนี้ที่เดินเบียดคลื่นมหาชนจำนวนมาก จนรู้สึกราวกับว่าตนเองไหลไปตามการเบียดเสียดเยียดยัดของฝูงชน บางทีคนที่อยากรู้ความจริงในเรื่องเดียวกับผมอาจจะมีมากกว่าที่คิด
ภาพมาดอนน่า ออฟ เดอะ ร็อค ที่อยู่ในลูฟเป็นภาพเขียนขนาดสูงห้าฟุต เป็นฉากอันเกิดขึ้นจากจินตนาการของดาวินชี่ ประกอบไปด้วยพระแม่มารีประทับอยู่กับองค์พระเยซูขณะเป็นทารก จอห์นเดอะเบ๊บติส และเทพยูเรียล ผมพิจารณาเห็นกรงเล็บของพระแม่มารีก็งองุ้มเหมือนกรงเล็บเหยี่ยว และเทพยูเรียลที่ทำท่าเชือดคอพระเยซู ใกล้ๆรูปมาดอนน่า ออฟ เดอะ ร็อค คือภาพ Saint John Baptise อันเป็นรูปวาดของดาวินชี่ที่ดีที่สุดในความเห็นของผม ดาวินชี่ใส่สีหน้าแววตาของ Saint John Baptise ได้ชัดเจนราวรูปถ่าย วูบหนึ่งผมคิดไปว่า หากสมัยนั้นมีกล้องถ่ายรูป อัจฉริยะผู้นี้จะถ่ายภาพออกมาเป็นอย่างไร .... ณ มุมชั้นบนของลูฟ ผมทอดสายตามองไปวิวนอกหน้าต่าง ผมไม่แปลกใจเลยว่า เหตุใดพระนางมารีอังตัวแนตต์จะหนีออกจากปารีสไม่ได้ ทั้งที่พระองค์ส่งสาส์นไปขอความช่วยเหลือจากออสเตรียได้สำเร็จจนมีรถม้ามาตระเตรียมการรอพระองค์อยู่แล้วที่ถนน rue de l’Echelle แต่เนื่องจากพระองค์ต้องต้องใช้เวลาถึงสองชั่วโมงในการเดินทางคลำหาถนนหนทางที่ซับซ้อน สุดท้ายก็ทรงหนีหนีไม่พ้นเงื้อมือของพวกตามล่า หากสมัยนั้นเส้นทางในย่านเขตเมืองลูเตเตียแห่งนี้จะไม่ซับซ้อน บางทีประวัติศาสตร์ฝรั่งเศสอาจจะเปลี่ยนไปแล้วก็ได้
ผมทอดสายตามองพื้นดินสีเขียวเบื้องหน้า carrousel de Louvre เป็นสวนสวยงามกว้างใหญ่ จัดตกแต่งเป็นสามมิติ ผมนึกขอบคุณฤดูใบไม้ผลิอีกครั้งที่ทำให้ผมได้พบกับความชุ่มฉ่ำของสีเขียวสด โรเบิร์ต แลงดอน กับ โซฟี เนเวอร์ คงใช้เจ้าสวนเขียวๆนี้เองในการพรางตัวเพื่อหลบหนี ผมไม่แปลกใจเลยที่ทั้งสองคนหนีรอดเงื้อมมือของตำรวจปารีสได้สำเร็จ สมาร์ทคาร์ พาหนะของโซฟี เนเวอร์ดูคันเล็กกระจ้อยร่อยไปเลยหากเทียบกับความกว้างใหญ่ของสวนดังกล่าว และเมื่อถามตัวเอง ผมเองก็ตัดสินใจได้โดยไม่รอช้าว่าคงจะต้องสละสิทธิ์ในการเดินชมเจ้าสวนสีเขียวนี้ เนื่องจากความเมื่อยล้าของขาทั้งสองข้างเริ่มฟ้องขึ้นมาให้รู้สึกอยากนั่งพักขาโดยจิบกาแฟร้อนๆ ตามธรรมเนียมของฝรั่งเศสขึ้นมาทันที ร้านกาแฟของลูฟท์อยู่ที่ชั้นล่างสุด มีลูกค้าสัญจรไปมามากมาย ผมอดชื่นชมประเทศฝรั่งเศสไม่ได้ในการที่สามารถหลอกนักท่องเที่ยวให้ออกกำลังกายโดยการเดินชมงานศิลปะจำนวนมากจนเมื่อยล้า แล้วมาเดินพักขาหรือชื่นชมของที่ระลึกที่ตนซื้อมาในร้านกาแฟ แต่ร้านกาแฟของที่นี่ก็อาจจะดีกว่าบ้านเราอยู่ตรงที่ว่า ไม่มีธรรมเนียมการไล่ลูกค้า แม้ว่าลูกค้าจะดิ่มกาแฟเพียงแก้วเดียวที่สั่งมาหมดไปนานแล้ว แต่ก็อีกนั่นแหละ..เมื่อท่องเที่ยวอย่างปารีสมีอะไรให้ดูให้ชมอีกมากที่น่าสนใจมากไปกว่าการนั่งพักขาในร้านกาแฟริมทาง นักท่องเที่ยวที่ดีควรจะรวดเร็ว เดินเก่ง นอนหลับ หรือมิใช่?
ผมไม่ลืมแวะชม La Pyramide renversée ปิรามิดหัวกลับที่ที่ซ่อนความลับมากมายในตอนท้ายของรหัสลับดาวินชี่ ปิรามิดแก้วหัวกลับนี้ตั้งอยู่ใจกลางพิพิธภัณฑ์ รายล้อมไปไปด้วยงานศิลปะจำนานหลายร้อยชิ้น หากปิรามิดหัวกลับมีชีวิต ผมคิดว่าเธอคงจะปวดเศียรเวียนเกล้ากับนักท่องเที่ยวจำนวนมหาศาลที่เดินผ่านหน้าเธอไปซื้อของที่ระลึกจากร้านที่ได้รับอนุญาตจากพิพิธภัณฑ์ที่อยู่รายรอบ แต่ตกดึกเธอคงจะมีความสุขเหลือเกินที่ได้ทอดตามองงานศิลปะที่เรียงรายอยู่รอบๆโดยมีบรรยากาศความมืดสลัวของกลางคืนเป็นใจ เพราะจุดนี้อาจะเรียกได้ว่าเป็นจุดศูนย์กลางของลูฟ ผมเดินทางออกจากลูฟท์โดยผ่านทางทางออกปิรามิดแก้ว อันถือเป็นทางออกทางใหม่ที่เพิ่งสร้างขึ้นแล้วเสร็จในปี 1989 ปิรามิดแก้วของที่นี่สร้างเสร็จในปี 1989 ออกแบบโดยสถาปนิกอเมริกันเชื้อสายจีนที่ชื่อ I.M.Pei โดยเน้นให้ช่วยกระจายแสงไปยังสนามที่รายล้อมอยู่รอบด้านกับห้องที่อยู่เบื้องล่าง และทำหน้าที่เป็นประตูทางเข้าอีกทางหนึ่งด้วย
โรเบิร์ต แลงดอน เคยนิ่วหน้าเมื่อได้รับคำถามว่าชอบพีระมิดดังกล่าวหรือไม่ เขาคิดว่าหากยอมรับว่าชอบ ก็จะกลายเป็นคนอเมริกันไร้รสนิยม ในขณะที่หากตอบว่าไม่ชอบ ก็จะกลายเป็นการดูหมิ่นคนฝรั่งเศส เขาจึงแก้ปัญหาด้วยการตอบไปว่า “มิตแตร์รองเป็นคนกล้ามาก” เพื่อเป็นการเลี่ยงการวิจารณ์ตัวปิรามิดดังกล่าวโดยตรง แต่หันประเด็นไปที่ผู้ออกคำสั่งให้สร้างมากกว่า ถ้ามีคนมาถามประโยคเดียวกับผม ผมคงตอบไปว่า ปิรามิดแก้วหน้าลูฟ ก็เหมือนเสาโอบิลิกซ์ของอิยิปต์ที่ตั้งอยู่ตรงจัตุรัสคองคอร์ดที่เดินผ่านมานั่นแหละ ขัดแย้ง แต่ชินตา กลายเป็นการผสมผสานที่ลงตัวไปโดยใช้เวลาเป็นตัวช่วย อดนึกไปไม่ได้ว่าหากเอาเสาหินโอบิลิกซ์แท่งเดียวกันไปวางตั้งไว้หน้าพระบรมมหาราชวัง หรือ วัดพระศรีสรรเพชรในจังหวัดอยุธยาแล้ว ผลจะเหมือนกันหรือไม่ แต่ผมก็ค่อนข้างแน่ใจว่า มันคงจะเป็นความคิดที่ไม่เข้าท่าสิ้นดี ประเทศฝรั่งเศสอาจทำอย่างนั้นได้ “เนียน” จริง เพราะความหลายหลายทางเชื้อชาติและวัฒนธรรมที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของสังคมนี้ไปแล้ว ผมไม่แปลกตาที่เห็นคนอาหรับเดินพูดภาษาฝรั่งเศสไพเราะเสนาะหู เช่นเดียวกับที่ไม่แปลกใจที่เห็นคนเอเชียไปซื้อขนมปังบาแก๊ตต์แท่งยาวมากินเป็นอาหารกลางวัน บางทีการมีอาณานิคมจำนวนมากในยุคสมัยล่าอาณานิคม อาจจะทำให้จิตวิญญาณของคนฝรั่งเศสปรับเปลี่ยนไปแล้วก็ได้ เป็นข้อดีสำหรับคนต่างชาติที่ไม่มีการเหยียดสีผิว และเป็นข้อน่าหนักใจสำหรับคนฝรั่งเศสเองที่โดนประชากรจากประเทศอาณานิคมเดิมเข้ามาตั้งถิ่นฐานรกรากกันอยู่ทั่วไปเต็มไปหมด อย่างนี้จะเรียกว่า โลกาภิวัตน์ โลกานุวัตร หรือ ผลแห่งกรรมกันแน่ ....
ผมเดินหาถนน Vielle du Temple อันเป็นถนนทอดยาวที่เป็นเส้นทางสู่ย่านมาเร่ ชื่อถนนดังกล่าวมีความสำคัญกับการแกะรอยหนนี้ เนื่องจากเป็นชื่อถนนที่ตั้งตามชื่อของขบวนการอัศวิน Templar ซึ่งตามประวัติเองมีคำนิยามเพียงแค่ว่าเป็นนิกายอันเร้นลับของบรรดาราชนิกุลที่ทรงอำนาจทางด้านการคลัง อัศวินดังกล่าวหลบซ่อนอยู่ใต้ดินในปี 1312 แต่วิหารของพวกเขาก็ยังคงเป็นสถานที่ที่ตำรวจไม่แตะต้อง จนกระทั่งได้ถูกทำลายลงในปี 1811 ตามประวัติอีกเช่นกัน บริเวณสถานที่ดังกล่าวเป็นสถานที่ที่พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ถูกควบคุมตัวไว้ในขณะที่พระบิดาและพระมารดาทรงถูกสอบสวนและหายตัวไปอย่างลึกลับ ทรัพย์สมบัติมหาศาลของทั้งสองพระองค์ รวมทั้งจอกศักดิ์สิทธิ์ (Holy Grail) ก็พลอยสูญหายไปด้วย จึงเป็นที่มามากมายของตำนานดังกล่าวว่า Grail หายไปไหน ผมไม่ทราบเหมือนกันว่า โรเบิร์ต แลงดอนจะรู้จักถนนนี้หรือไม่ แต่สมมติฐานของเขาในเรื่อง Grail ถูกต้องทีเดียว เพราะหาก Grail จะเคยอยู่ที่นี่ปารีส ก็คงไม่มีที่ไหนจะเหมาะเท่ากับย่านมาเร่แห่งนี้แล้ว เพราะย่านดังกล่าวถูกแวดล้อมไปด้วยย่านชาวยิวเจ้าของตำนานดาวหกแฉกของพวกเพเกินที่โรเบิร์ต แลงดอน หลงใหล และ ศาสนาคริสต์นิกายกรีก ออโธดอกซ์ ที่แสนลึกลับ ในย่านนี้เป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ปิกาสโซ่ จึงไม่น่าแปลกใจที่ความลึกลับของพวกยิวถูกแทนที่ด้วยนักศิลปะสมัยใหม่
.... ผมออกจากย่านมาเร่ภายหลังจากแวะชิมอาหารยิว เพื่อมุ่งหน้าไปยังโบสถ์ Saint- Sulpice วิหารที่ “แห้งแล้งและเยือกเย็น” แห่งนี้มาถึงได้โดยเมโทรสายสี่ ซึ่งผมไปเปลี่ยนจากเมโทรสายหนึ่งที่สถานี châtelet ผมเดินลัดเลาะเส้นทางที่อาจจะเคยเป็นที่ตั้งของสมาคมลับหลายแห่ง เข้าประตูโบสถ์ Saint-Sulpice ที่นี่เป็นสถานที่เกิดเหตุฆาตกรรมต่อเนื่องรายที่ห้าของคืนนั้น หลังจากที่สิลาสฆ่ากลุ่มภราดรทั้งสี่ ก็มุ่งหน้ามายังวิหาร Saint-Sulpice แห่งนี้ วูบหนึ่งของความรู้สึก ผมสงสารซิสเตอร์ซองดรีนจับใจที่เธอโดนฆาตกรรม สิลาสเข้าใจผิด เข้าใจผิดเหมือนที่อีกหลายคนเข้าใจในเรื่องเส้นกุหลาบ แม้จริงอยู่ที่ว่าในวิหาร Saint-Sulpice มีเส้นสีทองลากผ่านแท่นบูชาจริง เส้นสีทองขนาดกว้างหนึ่งเซนติเมตรดูโดดเด่นเหลือเกินบนพื้นหินอ่อนสีขาว เส้นดังกล่าวลากผ่านจากทิศเหนือสู่ทิศใต้ของโบสถ์ ลากผ่านแนวดิ่งของเสาโอบิลิกซ์อันมีชื่อว่า Gnomone ไปจนถึงยอดเสา
ฝรั่งเศสใช้ Gnomone ในการคำนวณการทำปฎิทินในสมัยศตวรรษที่ 16 ในการทำปฎิทินชื่อ un calendrier grégorien อันเป็นชื่อตามคนสั่งทำหรือพระสันตปาปา Grégoire ที่ 13 ซึ่งปฎิทินดังกล่าวเป็นปฎิทินที่ยอมรับเทศกาล easter หรือ pâques ในระบบวันสำคัญทางศาสนาของฝรั่งเศสโดยวันสำคัญดังกล่าวจะถูกกำหนดโดยใช้เอาวันที่กลางวันกับกลางคืนยาวเท่ากัน หรือ l’équinoxe หรือวันราตรีเสมอภาค อันเป็นวันหนึ่งในฤดูใบไม้ผลิเป็นสำคัญ การกำหนดวันดังกล่าวใช้หลักการเดียวกันกับวันประกอบพิธีเฮียรอส กามอส พิธีที่แสดงถึงความเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติของพวกเพนเกิล หากสิลาสทราบเพียงน้อยนิดว่าเส้นสีทองดังกล่าวนั้น ไม่เคยได้รับการเรียกชื่อว่าเป็น “เส้นกุหลาบ” แล้วละก็ ซิสเตอร์ซองดรีนอาจจะไม่ถูกฆ่าตายก็ได้ เส้นสีทองดังกล่าวเป็นเส้น “เมอริเดียน” อันมีความหมายถึงเส้นที่สากในแนวดิ่งของเสา มิใช่เส้น “เมอริเดียน” ของโลกอันเป็นที่มาของการนับเวลาแบบกรีนิช ปารีสจึงมิได้ถูกลอนดอนปล้นเอาความโดดเด่นในกรณีนี้ไป ประเทศฝรั่งเศสจึงจะได้ไม่ต้อง “หมั่นไส้” ประเทศอังกฤษเพิ่มขึ้นอีกรายละเอียดหนึ่ง
.... จากวิหาร Saint-Sulpice ผมเดินนั่งเมโทรสายสิบสองไปลงที่สถานี Madeleine เพื่อไปต่อเมโทรสายสิบสี่ มุ่งหน้าไป Gare Saint-Lazare ที่ที่โรเบิร์ต แลงดอน และโซฟี เนเวอร์ซื้อตั๋วรถไฟไป Lille สถานีรถไฟในปารีสมีด้วยกันหลายสถานีขึ้นอยู่กับว่าเดินทางไปภาคไหนของฝรั่งเศส การเดินทางไปทางภาคกลางและภาคใต้ ต้องไปขึ้นรถไฟที่ Gare de Lyon ในขณะที่การเดินทางไปภาคตะวันตกเฉียงเหนือต้องไปที่ Gare Montparnasse การเดินทางไปภาคตะวันออก ต้องไปขึ้นรถไฟที่ Gare de l’Est ในขณะที่การเดินทางไปเมืองเหนือต้องไปขึ้นรถไฟที่ Gare du Nord Gare de Saint-Denis เป็นสถานีปลายทางของการเดินทางไปชมวิหาร Saint-Denis ที่มีเอกลักษณ์ตามสถาปัตยกรรมโกธิคที่โดดเด่นมาก ซึ่งมีที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของปารีสประมาณห้ากิโลเมตร เป็นสถานที่สร้างขึ้นในปี 630 โดยพระเจ้าดาโกแบร์ (Dagobert) ใช้เป็นที่ฝังศพกษัตริย์และราชินีหลายพระองค์ ผมไม่ทราบว่า โรเบิร์ต แลงดอน รู้หรือไม่ว่า Gare Saint-Larzare นั้นไม่มีรถไฟไปเมือง Lille เพราะการเดินทางไป Lille อันเป็นเมืองเหนือ ต้องขึ้นรถไฟที่ Gare du Nord และ Gare Saint-Larzare ที่โรเบิร์ต แลงดอนเลือกก็มียานพาหนะให้เลือกสองประการคือ RER สำหรับการเดินทางไปเมืองรอบนอกปารีส และ รถไฟที่จะออกไปต่างเมือง อย่าง Rouen หรือ La Havre แต่ไม่มีขบวนไหนไป Lille แต่เนื่องจากสถานีรถไฟเป็นที่ที่ซื้อตั๋วรถไฟของต่างสถานีได้เสมอ ดังนั้นบางที โซฟี เนเวอร์ อาจจะทำถูกแล้วที่ซื้อตั๋วที่นี่และฉีกตั๋วทิ้งไปดีกว่าเดินทางไปหา Gare du Nord เพื่อเดินทางไป Lille จริงๆ ซึ่งจะเสียเวลามาก เพราะต้องขึ้นเมโทรถึงสองสาย กว่าจะเดินทางไปถึง รับรองว่าไม่พ้นมือตำรวจแน่นอน และบางทีหากทั้งสองคนถูกควบคุมตัวได้ ณ Gare Saint-Larzare นี้ ผมเองก็อาจจะไม่ต้องเดือดร้อนเดินทางออกนอกประเทศมาทำงานชิ้นนี้ก็ได้ .... แสงแดดในยามอัสดงของฤดูใบไม้ผลิปกคลุมปารีสในสายตาของผมให้ดูนุ่มนวลอบอุ่น ยามเย็นที่มาเยี่ยมเยือนมีความหมายถึงการได้หยุดพักรับประทานอาหารฝรั่งเศสชั้นดี ผมคิดว่าจะกลับไปใช้บริการอาหารในโรงแรม น่าเสียดายที่ว่าโรงแรมชั้นหรูแห่งนี้มีบริการอื่นๆมากมาย แต่ผมกลับไม่มีเวลามากพอที่จะใช้บริการเนื่องจากจะต้องรีบกลับไปเขียนรายงานให้เจ้านายเพื่อนำไปส่งให้หน่วยเหนือ ในเวลาหนึ่งวันที่ท่องเที่ยวอยู่ในปารีส..เมืองหลวงอันแสนโรแมนติกเมืองนี้ ผมพบคำตอบจากคำถามที่ผมสงสัยมาเสมอเกี่ยวกับความอยากรู้ ความจริง และ ความลับ เพราะความอยากรู้ในความจริง ผมจึงมาค้นหาความลับ ณ ที่แห่งนี้ ปฎิเสธไม่ได้ว่าเพราะความลับ ทำให้ความจริงทรงคุณค่าขึ้น ดังเช่นที่ผมพบความจริงว่า gnomone ในโบสถ์อันแห้งแล้งเยือกเย็นนั้นเป็นอุปกรณ์ดาราศาสตร์ที่ใช้เป็นเครื่องวัดเวลาในการทำปฎิทินมาช้านาน มิใช่เส้นกุหลาบอย่างที่โรเบิร์ต แลงดอนเคยสนใจเรียกขาน แต่ในระหว่างการค้นพบดังกล่าว เมื่อมองไปรอบๆเพื่อดื่มด่ำบรรยากาศ ผมก็พบว่าวิหารsaint sulpice เป็นโบสถ์เงียบๆที่สวยงามอีกที่หนึ่ง นอกเหนือไปจากโบสถ์ชื่อดังที่เคยให้แรงบันดาลใจกับ วิกเตอร์ ฮูโก แบบ Notre Dame หรือ โบสถ์อันเป็นฉากหลังของการเดินทางของศิลปินทั้งหลายแบบ Sacre Cœur ในย่าน Montmarte หรือจะเป็นการค้นพบจากการหมุนแผนที่เมโทรที่อยู่ในมือเพื่อหาเส้นทางไปแกะรอย แล้วผมก็ค้นพบว่าในเมโทรสายเจ็ด มีสถานีที่ชื่อ château-Landon พ้องกับชื่อของโรเบิร์ต แลงดอน ผมเดินทางมาหลายหมื่นไมล์กิโลเมตร เพราะความอยากรู้ในความจริง มาเพื่อค้นหาว่าความลับของรหัสลับดาวินชี่ในคดีฆาตกรรมต่อเนื่องห้ารายนั้นมีความจริงแต่ไหนเพียงใด แต่ในเส้นทางของการค้นหาความจริง ในขณะที่สองเท้าก้าวย่างและรู้สึกเหมือนตัวถูกเหวี่ยงไปมาบนระบบขนส่งมวลชนทรงประสิทธิภาพแห่งนครปารีส ผมก็พบความจริงเรื่องอื่นๆที่อยู่นอกเหนือจากการวางแผนในค้นหา บางทีเสน่ห์ของเรื่องราวทุกเรื่องในโลกนี้ อาจจะอยู่ที่ว่าเราไม่รู้ว่ามันเป็นความจริงหรือความลับก็ได้ เหมือนดังภารกิจที่ผมได้รับมอบหมายมาในครั้งนี้ ก่อนหน้าที่ผมจะมาที่นี่ ผมไม่รู้หรอกว่าผมจะได้พบความจริงมากน้อยแค่ไหนเพียงใด แต่การค้นพบความจริงจากเรื่องที่ตั้งเอาไว้ก็ทำให้ผมตื่นเต้นกับการค้นพบ ซึ่งไม่ได้ต่างอะไรไปจากการค้นพบความเหมือนหรือพ้องโดยบังเอิญจากชื่อของสถานที่ พบ château-Landon และพบถนน Vielle du Temple ที่คนช่างปะติดปะต่ออย่าผมสามารถโยงและดึงเข้าไปให้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการแกะรอยครั้งนี้ได้ บางทีผมอาจจะเหมือนกับ โรเบิร์ต แลงดอน ตรงที่ว่าเราไม่เคยรู้หรอกว่าที่ไหนมีความจริง ที่ไหนมีความลับ ความจริงที่เรามีเป็นความจริงแท้หรือไม่ เท่าๆกับที่เราคลางแคลงใจเสมอว่าความลับที่เรามีอยู่มีความเป็นความลับแค่ไหน เพราะสมองของคนทำงานโดยใช้ความเชื่อมโยงและการปะติดปะต่อจากสิ่งต่างๆ ส่งผลให้มีการแปรผลลัพธ์อย่างสมบูรณ์ และการทำงานดังว่าของสมองก็ขับเคลื่อนโลกได้มากมายมานักต่อนักแล้ว ผมเดินทางกลับที่พักเลขที่ 15 Place de Vendôme จัดกระเป๋าเตรียมตัวให้มิให้พลาดเที่ยวบินต่อไป การแกะรอยจากความลับของผมครั้งนี้จบสิ้นแล้ว กลับไปผมก็จะต้องเขียนรายงานส่งเจ้านาย ก่อนที่จะพักผ่อนสบายๆอยู่กับบ้านเป็นเวลาสามวัน ถือเป็นรางวัลจากค่าเดินทางและค่าเดินเท้าจนขาขวิดที่นี่ ผมแจ้งความประสงค์กับทางโรงแรมเพื่อขอใช้บริการรถไปยังสนามบิน ขณะที่เอนตัวลงรองรับกับเบาะนุ่มๆ สายตาทอดยาวไปยังสัญลักษณ์แห่งปารีส – หอไอเฟล, ในวูบหนึ่งของความอิ่มเอมกับความจริงที่ได้รับจากการแกะรอยรหัสดาวินชี่ อันเป็นสัญลักษณ์ของงานที่สำเร็จตามที่ได้รับมอบหมาย ผมก็เกิดความสงสัย ผมได้ทำลายเสน่ห์ของความลับในเรื่องนี้ในหัวใจของใครอีกหลายคนไปหรือเปล่า .... 5月7日 เดียวดายกลางสายลมบินไปเดียวดาย..กลางสายลมแปรปรวน... เพียงทะเลครวญ....ฟังคล้ายเป็นเพลงเศร้า... ค่ำคืนนี้ฉันเพลีย..ฉันเหนื่อย..ฉันหนาว และเหงาเหลือเกิน... ไม่เคยมีใคร..มีรักแท้จริงใจ... จ้องมองทางใด..ดูเคว้งคว้างว่างเปล่า... ฝ่าลมฝนลำพัง...มากี่ร้อนหนาว.... จนล้า...สิ้นแรง... * ไม่อยากเห็นภาพใด..แม้แต่ท้องฟ้า... อยากจะพักดวงตา...ลงชั่วกาล.... จะไปซุกตัวนอนซ่อนกายในเงาจันทร์... จะหลับฝันไม่ขอตื่น..ขึ้นมา..... คงจะมีเพียง...ลมหายใจรวยริน.... เอนกายบนดิน...ยอมรับความแพ้พ่าย.... ปีกของฉันมันหนัก....บินต่อไม่ไหว.... จะขอพักกายชั่วกาล..... 5月1日 re unoin23 เมษายน 2549 นัดเพื่อนสมัยมัธยม ซึ่งไม่ได้เจอกันนานมากๆ กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง ให้สมกับชือ่งาน re unoin ตอนแรกนับๆ กันไว้ว่าจะมากันประมาณ 20 คน วันจริงเหลือ 10 ฝ่าๆ แต่ก็ดีใจที่ได้เจอเพื่อนๆ จาบอกว่าวันนั้นดีใจมากๆ นอนไม่หลับเลย เพราะที่ห้องมันดูบอลกัน? ไม่เกี่ยวกัน อิอิ นอนตี 4 แล้วต้องไปถึงสยาม 9 โมงเช้า แทบบ้า ง่วงนอนมากๆ ทีต้องไปแต่เช้าเพราะเรากับอีนังหนุ่ม เป่นคนนัดเพื่อนๆ นั่งกิน KFC กับนังจีและก้แฟนมัน รอนานมากๆ กว่าจะมาครบ
เมือ่การรวตัวเกิดขึ้นเร่องราวเก่าๆ ที่มันขำๆ ก็ผุดมาจากคนโน้นที คนนั้นที บางเรื่องเราแทบจำมันไม่ได้พอเล่ากันมาก้จำได้ขึ้นมาซะงั้น เรื่องขำๆ เยอะ ส่วนใหญ่จะเป็นวีรกรรมที่เคยทำกันไว้ ไปกิน MK เป็นอาหารเที่ยงเอาพอหายหิว เดินๆ เล่นกัน ไปร้องเกะกันต่อ ตกเย็น มานั่งซัดเบียรื ที่อนุสาวรีย์ เพื่อนมันเลี้ยง อิอิ ไปดูหนังต่อที่เซ็นทรัล ลาดพร้าว เรื่อง Inside Man สนุกๆ มากๆ กลับถึงหอประมารตี 2 หลับเป็นตายเลยยยย
คิดถึงเพื่อนๆ จังเลย เราคงจาได้เจอกันอีกนะ 3月20日 Playlist TodayPlaylist 1. Unarmed Enemies - Show Me Your Plans (Le Sport Remix) (5:10)
3月19日 จุดยืนนะ ไม่ใช่ส้นตืนช่วงนี้วุ่นๆ อยู่กับการชุมนุม ครับ ทั้งไปเองที่สนามหลวง และบางวันก็ชุมนุม หน้า ASTV ผมมีจุดยืนครับ และจุดยืนของผมก็คือ
3月17日 กลับมาแล้วหลังจากที่ห่างหายจากการ up space มานานแสนนาน เนื่องจากภาระกิจทางการศึกษา ว่ากันซะอย่างนั้น ตอนนี้ก็ยังไม่เสร็จดีหรอก สอบนะเสร็จไปนานแล้ว ตอนนี้ก็เหลือรายงานโปรเจคอย่างเดียวแล้ว พรุ่งนี้ส่ง แล้วรอแก้ ถ้าไม่แก้ถือเป้นบุญล้นกบาลเลย เค้าว่ามนุษย์เราย่อมเป็นไปตามกรรม แล้วกรรมของพวกเราคืออะไรอะ การไก้พบกันถือว่าเคยทำกรรมมาด้วยกันปะ การได้คุยกันถือว่าได้ทำกรรมมาด้วยกันมะ แล้วคนที่เล่นเอ็มด้วยกันทุกวัน แต่ไม่เคยเห้นหน้ากัน จะเคยทำกรรมมาด้วยกันรึเปล่า อันนี้ยังสงกะสัยอยู่ แล้วคนที่มานั่งอ่าน space ของเราอยู่ จะเคยทำกรรมไว้กะเราไม่นะ เมื่อกี้ได้ยินเพลงของพรู....ได้โปรด ฟังแล้วชอบเลยครับ ต้องหามาแล้ว ชีวิตต่อไปนี้จะเป็นยังงัยนะ มันคงเป็นไปตามกรรมที่เราทำไว้สินะ เฮ้ คิดแล้วก้ยังกลุ้ม
เออ นี่ผมก้เพิ่งทำ web รุ่นเสร็จ ยังงัยก็ลองเข้าไปดุกันนะครับ ที่ http://pd23.nisit.ku.ac.th
........................................
กางแผนที่..แผนที่ที่ฉันเขียนขึ้นเอง นี่เราเดินทางมาจุดไหนแล้วนะ ปลายทางของเราต้องสิ้นสุดที่ใด มองหา..จุดหมาย ได้กลิ่นจาง..จางของพญาสัตตบรรณ หลังฝนพรำชอุ่มสีแห่งแมกไม้ ผลิฉายเรี่ยวแรงรักอย่างเบิกบาน มีเพียงฉันที่ยังรอ จุดหมายปลายทางที่ฉันขีดเขียนเอง ฉันกลับหมุนวนอยู่..รอ..รอ ใช่..ฉันรอเธอผู้เดียว จุดหมายที่เคยเอ่ยว่า จะไปถึงพร้อมกัน ในความรู้สึก เธอผู้ติดตามที่แสนจงรัก เธอข้างกายฉันเสมอ..แม้ในยามหลับตา ทว่าความจริง กลับกรีดบาดทำร้าย ความฝันที่งดงามด้วยการเฝ้ารอ ทรมานเป็นอย่างนี้ ฉันเคยเรียนรู้ความสุขจากความฝัน วันนี้สินะที่ฉันต้องอดทน อดทนกับความฝัน ที่ฉันปรารถนาให้เป็นจริง..แม้ไม่มีวัน กางแผนที่..แผนที่ในใจของฉัน ฉันเดินทางมาไกลถึงเพียงนี้ ถึงความรักที่ไม่มีตัวตน ปลายทางของฉันต้องสิ้นสุดที่ใด มองหา..จุดหมาย...หรือมันไม่มี 3月2日 เพลงก่อนนอนเมื่อเราเกิดความรู้สึกคิดถึงใครซักคน ก่อนนอน ภายใต้บรรยากาศเงียบๆ เหงา เพลงเบาๆ เพลงนี้ อาจทำให้เราเก็บไปฝันต่อได้ว่า เราได้อยู่กับใครคนนั้น ................................
คืนวันหนึ่งที่โลกหลับใหล จิตใจฉันว่างเปล่า เพียงไม่นานก็จมลงอยู่ในภวังค์ง่ายดาย แต่พอลืมตาก็มองเห็นเธอยืนอยู่ในสายตา มีเพียงเธอคนเดียวเท่านั้นที่ทำฉันให้ฝันดี
**มีความสุขในวันเกิดนะวันท์ หวังว่าคงได้มาอ่านนะ |
||||||||||||||||||||
|
|